เทคโนโลยีและสถาปัตยกรรม
แนวทางเทคโนโลยีที่ Mr.FOX อธิบายไว้ในเว็บไซต์เดิมและ Whitepaper v1.0 ปี 2021 ครอบคลุมโครงสร้างคลาวด์ การสื่อสาร ซอฟต์แวร์ และบล็อกเชน
Amazon Web Services (AWS)
เอกสารเดิมเลือก AWS เป็นผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลหลักของ Content Monetization Platform (CMP) เพื่อรองรับการขยายบริการไปยังภูมิภาคเป้าหมายที่ AWS ครอบคลุม โดยให้ความสำคัญกับความสามารถในการปรับขนาด ความยืดหยุ่น และความรวดเร็ว
Amazon CloudFront
แพลตฟอร์มมีคอนเทนต์หลายรูปแบบ โดยเฉพาะภาพและสื่ออื่น ๆ ที่แสดงผ่านเว็บแอปพลิเคชัน จึงเลือก CloudFront เพื่อเร่งการแสดงผลและช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น
Amazon Simple Storage Service (S3)
S3 ใช้เก็บไฟล์ภาพและคอนเทนต์อื่นที่ระบบต้องแบ่งปันกับผู้ใช้ เพื่อให้เข้าถึงไฟล์ได้สะดวก และแลกเปลี่ยนคอนเทนต์กับระบบอื่นได้ง่าย
Amazon EC2 & EC2 Auto Scaling
EC2 เป็นระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือนหลัก เพราะติดตั้งและปรับขนาดอินสแตนซ์ที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมใช้ Auto Scaling เพิ่มหรือลดจำนวนอินสแตนซ์ตามภาระงานจริง
Amazon Relational Database Service (RDS)
ใช้ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ Microsoft SQL Server สำหรับข้อมูลที่ต้องตรวจสอบย้อนกลับ เช่น บัญชีและธุรกรรม เพื่อเก็บหลักฐานธุรกรรมอย่างถาวร Whitepaper ภาษาอังกฤษยังระบุการใช้ Amazon Aurora เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟีเจอร์อื่น เช่น แชต และรองรับการขยายและจัดการเธรดสนทนากับข้อมูลสื่อที่จะเพิ่มขึ้น
Amazon ElastiCache / Redis
เลือก Redis สำหรับข้อมูลที่ถูกเรียกใช้บ่อยและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็วในระบบ โดยเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้กลับมาเปิดดูซ้ำเป็นประจำ
Amazon Managed Streaming for Apache Kafka (MSK)
MSK รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบภายนอกและระหว่างระบบภายในบริษัท โดยตั้งเป้าลดความผิดพลาดหรือข้อมูลสูญหายให้ต่ำที่สุด พร้อมรองรับการขยายระบบได้ง่ายและรวดเร็ว
Amazon CloudWatch
CloudWatch ใช้เฝ้าดูและตรวจสอบระบบที่กำลังทำงาน เพื่อบริหารจัดการ ตรวจจับ และป้องกันปัญหาเชิงรุก รวมถึงประเมินหรือคาดการณ์การทำงาน เพื่อเพิ่มหรือลดทรัพยากรทั้งแบบอัตโนมัติและแบบสั่งการเอง
AWS Elemental MediaPackage & MediaLive
บริการกลุ่มนี้ใช้พัฒนา Broadcast Streaming ให้ภาพคมชัดและต่อเนื่อง รองรับรูปแบบการเข้ารหัสที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้สร้างคอนเทนต์และผู้ชมรับชมผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้
AWS Lambda
เลือก Lambda สำหรับงานเสริมและงานที่เกี่ยวข้องข้ามหลายส่วนของแพลตฟอร์ม โดยแยกเป็นงานขนาดเล็กที่เจาะจง ทำงานกระชับ และเชื่อมต่อกับบริการอื่นของ AWS ได้ง่าย เพื่อช่วยให้ระบบทำงานราบรื่น
เฟรมเวิร์กและภาษา
เว็บแอปพลิเคชันใช้ Microsoft ASP.NET Core กับภาษา C# สำหรับ Frontend, Backend และ API พร้อม Node.js สำหรับงานเชื่อมต่อระบบภายนอกบางส่วนที่ C# ไม่ตอบโจทย์ตามที่เอกสารอธิบาย
แอปบนมือถือพัฒนาด้วยภาษาของแต่ละแพลตฟอร์ม ได้แก่ Swift สำหรับ iOS และ Kotlin สำหรับ Android โดย Whitepaper ภาษาไทยระบุ Java ร่วมกับ Kotlin ด้วย แอปมุ่งเน้นการสื่อสาร เช่น เสียง วิดีโอ ไลฟ์ และการถ่ายทอดสด
Web Real-Time Communication (WebRTC)
เลือก WebRTC สำหรับเสียง วิดีโอคอล และไลฟ์สตรีมมิง เพื่อส่งภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ผ่านมาตรฐาน W3C เอกสารระบุการรองรับอุปกรณ์ที่มีเบราว์เซอร์ HTML5 โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม และมีแอปมือถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการภาพและเสียงคุณภาพสูง
Mr.FOX Token
แนวคิดเดิมเสนอให้พัฒนา DeFi บนโปรโตคอลบล็อกเชนของ Binance และนำ Mr.FOX Token มาใช้ในแพลตฟอร์มแทนเงิน Fiat โดยกล่าวถึงการเพิ่มมูลค่าสำหรับผู้สนใจลงทุนด้วย เอกสารยังเสนอระบบ AI เพื่อปรับสมดุลมูลค่าการใช้งานภายในแพลตฟอร์ม แม้ราคาโทเคนเทียบกับ Fiat จะขึ้นหรือลง ข้อความนี้อธิบายแนวคิดตามเอกสารปี 2021
Clean Architecture
ซอฟต์แวร์ถูกแยกเป็นเลเยอร์ โดยแยกกฎเกณฑ์ทางธุรกิจออกจากอินเทอร์เฟซ แนวทางนี้มุ่งให้แต่ละส่วนเป็นอิสระและปรับเปลี่ยนได้ง่ายเมื่อความต้องการทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- ไม่ผูกกับเฟรมเวิร์กหรือไลบรารีเฉพาะ ใช้เฟรมเวิร์กเป็นเครื่องมือโดยไม่ให้ข้อจำกัดของมันกำหนดทั้งระบบ
- ทดสอบกฎเกณฑ์ทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องมี UI ฐานข้อมูล เว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือองค์ประกอบภายนอก
- เปลี่ยน UI ได้โดยไม่กระทบส่วนอื่น เช่น เปลี่ยนจากเว็บ UI เป็นคอนโซล UI โดยคงกฎเกณฑ์ทางธุรกิจเดิม
- ไม่ผูกกับฐานข้อมูลเดียว สามารถสลับ Oracle หรือ SQL Server เป็น Mongo, BigTable, CouchDB หรือระบบอื่น โดยไม่ผูกกฎเกณฑ์ทางธุรกิจกับฐานข้อมูล
- เป็นอิสระจากระบบหรือองค์ประกอบภายนอก กฎเกณฑ์ทางธุรกิจแทบไม่ต้องรับรู้รายละเอียดของโลกภายนอก
- แต่ละเลเยอร์เป็นอิสระต่อกัน ทำให้ปรับซอฟต์แวร์เพื่อตอบสนองธุรกิจที่เปลี่ยนเร็วได้ง่าย
Binance Smart Chain (BSC)
เอกสารปี 2021 เลือก BSC สำหรับสร้าง Mr.FOX Token โดยเชื่อมโยงที่มากับ Binance ซึ่งเอกสารเรียกว่าเว็บเทรดอันดับหนึ่ง เหตุผลที่ระบุคือความสามารถในการปรับขนาด การรองรับ Smart Contract และความเข้ากันได้กับ Ethereum Virtual Machine (EVM) โดยมีเป้าหมายคงประสิทธิภาพแม้ปริมาณธุรกรรมสูง
คำอธิบายในต้นฉบับระบุเวลาสร้างบล็อกประมาณ 3 วินาที ใช้ฉันทามติ Proof-of-Stake (PoS) และ Proof of Staked Authority (PoSA) ผู้เข้าร่วมวาง BNB เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบ และได้รับค่าธรรมเนียมธุรกรรมเมื่อเสนอบล็อกที่ถูกต้อง
สถาปัตยกรรม Dual-chain ในเอกสารมุ่งให้โอนสินทรัพย์ระหว่างบล็อกเชนได้ราบรื่น โดยรวมการซื้อขายที่รวดเร็วบน Binance Chain เข้ากับแอปแบบกระจายศูนย์บน BSC การทำงานร่วมกันและความยืดหยุ่นนี้ช่วยรองรับการใช้งานหลายแบบและสินทรัพย์จากหลายเครือข่าย
ตัวอย่าง DeFi ที่ต้นฉบับยกมา ได้แก่ PancakeSwap สำหรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์โดยไม่ต้องอาศัยความไว้วางใจกันในลักษณะคล้าย Uniswap พร้อมการเข้าร่วม Yield Farming การสร้างผลตอบแทน และการโหวตข้อเสนอของโครงการ โดยยก BurgerSwap และ BakerySwap เป็นโครงการในกลุ่มคล้ายกัน
เนื้อหาธุรกิจและแผนพัฒนาที่เรียบเรียงจากเอกสารเดิม ตัวเลข ราคา และกำหนดการอ้างอิงช่วงเวลาของต้นฉบับ
ดูต้นฉบับ
ภาพและเอกสารเดิมสำหรับเปิดดูประกอบ เนื้อหาหลักด้านบนจัดใหม่เป็นข้อความและแปลครบ 8 ภาษา
เปิดเว็บไซต์ต้นฉบับ
